จ. ประวัติของคำ

๑. ที่มาของคำได้บอกไว้ท้ายคำนั้น ๆ โดยเขียนไว้ในวงเล็บเป็นอักษรย่อ เช่น สทึง [สะ-] น. แม่น้ำ, ใช้ว่า จทึง ฉทึง ชทึง ชรทึง สทิง หรือ สรทึง ก็มี. (ข. สทึง ว่า คลอง). การะบุหนิง น. ดอกแก้ว. (ช). ๒. คำใดที่บอกว่ามาจากภาษาใดนั้น โดยข้อเท็จจริงก็ไม่ตรงกับภาษาเดิมทีเดียว เพราะคำ ภาษาอื่น ๆ เช่น บาลี สันสกฤต เขมร ที่นำมาใช้ในภาษาไทย โดยมากลดพยางค์บ้าง เปลี่ยนอักขระบ้าง เปลี่ยนเสียงบ้าง เช่น ธมฺม (บาลี) ธรฺม (สันสกฤต) ไทยใช้ว่า ธรรม โปฺรส (เขมร) ไทยใช้ว่า โปรด ใน การบอกที่มา บางทีได้ให้รูปตรงตามภาษาเดิมไว้ด้วย เช่น ธรรม ก็บอกว่า (ส. ธรฺม; ป. ธมฺม) หรือ โปรด ก็บอกว่า (ข. โปฺรส) เพื่อให้เทียบเคียงดูว่า รูปเดิมของคำเป็นอย่างไรและไทยนำมาใช้อย่างไร หรือ คำบางคำที่นำมาใช้มีรูปไม่ต่างกับคำเดิมมากนัก ก็บอกแต่เพียงว่าเป็นภาษาอะไร เช่น กฏุก บอกแต่ว่า (ป.) ศิขร บอกแต่ว่า (ส.) ถ้าเป็นทั้งบาลีและสันสกฤตก็บอกทั้ง ๒ อย่าง เช่น รจนา บอกว่า (ป., ส.) ถ้าใช้ เป็นรูปกึ่งบาลีกึ่งสันสกฤต ก็ให้รูปทั้งที่เป็นบาลีและสันสกฤตไว้ เช่น ปราโมทย์ บอกว่า (ส. ปฺรโมทฺย; ป. ปาโมชฺช) ถ้าเป็นรูปบาลีแต่มีรูปใกล้เคียงกับสันสกฤต เช่น หทัย ก็บอกว่า (ป.; ส. หฺฤทย) หรือถ้าเป็นรูป สันสกฤตแต่มีรูปใกล้เคียงกับบาลี เช่น สตัมภ์ ก็บอกว่า (ส. สฺตมฺภ, สฺตมฺพ; ป. ถมฺภ) ๓. คำใดที่ยังไม่แน่ใจว่ามาจากภาษาอะไร แต่มีรูปคล้ายภาษาใดภาษาหนึ่งก็บอกไว้ในวงเล็บ ว่า เทียบภาษานั้นภาษานี้ เช่น กำปั่น น. เรือเดินทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง... (เทียบมลายู หรือฮินดูสตานี ว่า capel). ๔. คำบางคำที่โบราณใช้อักขรวิธีอย่างหนึ่ง แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว อาจจะแยกเก็บ ไว้ทั้งในรูปคำโบราณและรูปคำที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น วงษ์ (โบ) น. วงศ์. วงศ-, วงศ์ [วงสะ-, วง] น. เชื้อสาย, เหล่ากอ, ตระกูล. (ส. วํศ; ป. วํส). หรืออาจเก็บไว้ที่ตัวตั้งเฉพาะรูปคำที่ใช้ในปัจจุบัน และ วงเล็บรูปคำโบราณไว้ข้างท้ายบทนิยาม เช่น กำสรวล [–สวน] (แบบ) ก. โศกเศร้า, คร่ำครวญ, ร้องไห้, เช่น ไทกำสรดสงโรธ ท้ยนสงโกจกำสรวลครวญไปพลาง. (ม. คำหลวง ทานกัณฑ์). (โบ กำสรวญ).